BPA คืออะไร..?

BPA คืออะไร..?

BPA คือสารเคมีชนิดหนึ่งในอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถปนเปื้อนในอาหารและเครื่องดื่มได้ ผู้เชี่ยวชาญอ้างว่า BPA นั้นเป็นสารพิษก่อให้เกิดมะเร็ง และผู้คนพยายามหลีกเลี่ยงสาร BPA แต่คุณสงสัยมั้ยว่าจริงๆแล้ว BPA นั้นเป็นอันตรายหรือไม่ บทความด้านล่างนี้จะให้รายละเอียดและผลกระทบของ BPA ต่อสุขภาพ

BPA คืออะไร..?

BPA ย่อมาจาก "Bisphenol A" คือสารเคมีที่ถูกเติมแต่งเข้าไปในผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมาย รวมถึงภาชนะบรรจุอาหารและผลิตภัณฑ์สุขอนามัย (BPA เป็นสารตั้งต้นที่ใช้ในการผลิตพลาสติกบางประเภท)

BPA ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1980 แต่นักเคมีพบว่ามันสามารถผสมกับสารประกอบอื่นๆ เพื่อผลิตพลาสติกที่แข็งแรงกว่า ยืดหยุ่นกว่าได้

ทุกวันนี้ พลาสติกที่มีสาร BPA จึงมักถูกนำไปใช้ในภาชนะบรรจุอาหาร ขวดนม และสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ BPA ยังถูกนำไปใช้เป็นเยื่อบุด้านในของภาชนะบรรจุอาหารกระป๋องเพื่อป้องกันการสึกหรอและกัดกร่อน

ผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่อาจจะมี BPA

  • ภาชนะบรรจุอาหารพลาสติก
  • อาหารกระป๋อง
  • อุปกรณ์อาบน้ำ
  • ผลิตภัณฑ์สุขอนามัยของผู้หญิง
  • ใบเสร็จรับเงินที่ใช้วิธีการพิมพ์ด้วยความร้อน
  • เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน
  • เลนส์แว่นตา
  • น้ำยาอุดฟัน

BPA ก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม มะเร็งต่อมลูกหมาก เด็กโตช้า

แหล่งที่มา: http://www.petromat.org/home/2019/03/05/bpa/

เป็นที่น่าสังเกตว่าผลิตภัณฑ์หลายๆชนิดที่บอกว่า BPA Free (ปราศจาก BPA) ถูกแทนที่ด้วยการใช้สาร Bisphenol S (BPS หรือ Bisphenol F (BPF)) แทน

อย่างไรก็ตาม BPS และ BPF ก็ส่งผลต่อการทำงานของเซลล์ในลักษณะเช่นเดียวกับ BPA ดังนั้นขวดที่ปราศจากสาร BPA จึงอาจจะยังไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหาที่เพียงพอ

พลาสติกที่มีฉลากระบุว่า รีไซเคิลหมายเลข 3 และ 7 หรือเขียนว่า PC น่าจะมีสาร BPA, BPS หรือ BPF ปนเปื้อนได้

พลาสติกชนิดไหนบ้างที่ปราศจาก BPA Free

BPA สามารถเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

โดยส่วนมากแล้ว BPA เข้าสู่ร่างกายโดยการปนเปื้อนมากับอาหาร โดยภาชนะบรรจุอาหารมีสาร BPA ปนเปื้อนอยู่ เมื่อภาชนะสัมผัสกับอาหาร จึง ทำให้อาหารนั้นปนเปื้อน BPA

ตัวอย่างกรณีศึกษาการตรวจสอบ BPA ในปัสสาวะพบว่า มี BPA ลดลง 66% หลังจากหลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป เป็นเวลา 3 วัน

ตัวอย่างกรณีศึกษาที่ 2 เปรียบเทียบผู้คนที่รับประทานอาหารสดกับอาหารกระป๋องเป็นเวลา 5 วัน พบว่า ระดับ BPA ในปัสสาวะของผู้ที่บริโภคอาหารกระป๋องสูงกว่า 1,221% เมื่อเทียบกับผู้ที่บริโภคอาหารสด

นอกจากนี้ WHO ยังพบว่า ทารกที่ดื่มนมแม่นั้นมีระดับ BPA ที่ต่ำกว่าทารกที่ดื่มนมจากขวดที่ไม่ได้ปลอดสาร BPA ถึง 8 เท่า

ผลกระทบเมื่อ BPA เข้าสู่ร่างกาย

 แหล่งที่มา: http://www.petromat.org/home/2019/03/05/bpa/

กลไกทางชีวภาพของ BPA

BPA สามารถจับตัวกับฮอร์โมนเอสโตรเจน และส่งผลต่อกระบวนการเจริญเติบโตทางร่างกาย การซ่อมแซมเซลล์ การพัฒนาของทารกในครรภ์ และการสืบพันธุ์

นอกจากนี้ BPA อาจจะมีปฏิกิริยากับฮอร์โมนชนิดอื่นๆ อาทิเช่น ฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งจะทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานเปลี่ยนไป

ในร่างกายของมนุษย์จะมีความว่องไวต่อระดับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไม BPA จึงส่งผลต่อสุขภาพของร่างกาย

การควบคุมการใช้ BPA

BPA นั้นถูกจำกัดการใช้งานในสภาพยุโรป แคนนาดา จีน มาเลเซีย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็ก ส่วนในสหรัฐมีการจำกัดในบางรัฐ แต่ไม่มีระเบียบการชัดเจนจากส่วนกลาง

ในปี 2014 FDA ของสหรัฐอเมริกาได้ออกรายงานยืนยันว่า การได้รับสาร BPA ปริมาณ 23 mcg ต่อปอนด์ ต่อน้ำหนักตัว (50 mcg ต่อ 1 กิโลกรัม) อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

การควบคุม BPA ในไทยและต่างประเทศ

 แหล่งที่มา: http://www.petromat.org/home/2019/03/05/bpa/

วิธีง่ายๆในการหลีกเลี่ยง BPA

  1. รับประทานอาหารสดใหม่แทนอาหารกระป๋องหรืออาหารสำเร็จรูป
  2. ใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดแก้ว เซรามิก หรือสแตนเลส ในการบรรจุอาหารหรือเครื่องดื่มแทนการใช้พลาสติก
  3. กรณีที่ต้องการอุ่นอาหารด้วยภาชนะพลาสติก ควรใช้ภาชนะพลาสติกที่ปลอดสาร BPA และมีสัญลักษณ์ Microwave oven safe
  4. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร
  5. หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่มีรอยร้าวหรือขุ่นมัว โดยเฉพาะภาชนะที่ใช้ใส่อาหารสำหรับเด็ก
  6. เลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ปลอดสาร BPA โดยจะมีสัญลักษณ์ BPA ติดอยู่

วิธีหลีกเลี่ยง BPA

 แหล่งที่มา: http://www.petromat.org/home/2019/03/05/bpa/